รายละเอียดการละเล่น
เพลงแห่นาค หรือเพลงกล่อมนาค เป็นเพลงพื้นบ้านที่เล่นบริเวณแหลมสทิงพระ ตั้งแต่อำเภอระโนด กิ่งอำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ จนสุดปลายแหลมในอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยเพลงแห่นาคจะเล่นกันในตอนทำขวัญนาค เบิกบายศรี และหลังจากเวียนเทียนรอบอุโบสถเสร็จแล้ว เพลงที่ใช้เล่นมักเป็นเพลงเอ่ชา ส่วนขณะที่แห่นาคไปวัดมักมีการเล่นกลองยาว และมีเพลงร้องตอนแห่นาคว่า พ่อเพลง บวชเสียเถิดพ่อนาคคนดี…แม่เพลง จงตั้งใจให้เชื่อเมื่อบวชอยู่นั้นเป็นกุศลขันธ์ภาวนา อยู่ข้างหลังตั้งใจไว้ตัวทุกเวลา รักษาไว้เคยท่าจริงๆ เอย
ประวัติความเป็นมาตำนานที่เกี่ยวข้อง
เพลงแห่นาคเกิดขึ้นเมื่อไร ใครเป็นต้นคิด ไม่มีหลักฐานปรากฏ แต่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับ “คำตัก” ซึ่งเล่นแถวเมืองนครศรีธรรมราช เข้าใจว่าคงคิดขึ้นเล่นเพื่อความสนุกสนาน และเพื่อสอนใจเจ้านาค สมัยก่อนเมื่อมีงานบวชนาคก็มักจะมีการเล่นเพลงชนิดนี้ แต่เมื่อประมาณ 30 ปีมานี้ เพลงชนิดนี้มีผู้เล่นน้อยลง จนทุกวันนี้มีแม่เพลงเหลืออยู่น้อยมาก กล่าวกันว่าเพศบุรุษเมื่อมีอายุครบวัยอุปสมบท ก็จะถือโอกาสนี้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่และผู้มีอุปการะ เป็นเรื่องราวของการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา จึงเกิดการแสดงที่เรียกว่า เพลงแห่นาค ได้มีกลุ่มคนเล่นร้องเพลงแห่นาค มาอย่าง
ช้านานชั่วอายุคน วิธีการร้องและเนื้อร้องมีนัยของการสอนนาค โดยจะเป็นเนื้อร้องสดขึ้นตามสถานการณ์ตอนนั้น ตั้งแต่พ่อนาคลงบันไดออกจากบ้าน ไปจนถึงนาคเข้าโบสถ์ในที่วัดอุปสมบท
องค์ประกอบในการเล่น
ลักษณะของสถานที่แสดงการแสดงนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวที สำหรับร้องเดินตามใกล้ ๆ กับนาค (ด้านหลัง) ขบวนแห่นาค จากบ้านไปโบสถ์ที่วัด
1. คณะเพลงแห่นาค ประกอบด้วยแม่เพลง 1-2 คน ลูกคู่ 5-10 คน ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่ตัวธรรมดา
2. ดนตรี ไม่มี
3. โอกาสที่เล่น เล่าในงานบวชตอนแห่นาคจากบ้านไปวัด เริ่มตั้งแต่เคลื่อนขบวนออกจากบ้าน จนกระทั่งนาคเข้าสู่อุโบสถ
4. สถานที่เล่น เล่นไปในขบวนแห่นาค โดยคณะเพลงกล่อมนาคเดินห้อมล้อมเจ้านาคไปเล่นเพลงไป
5. กลอนและการร้องกลอน เพลงกลุ่มนาคใช้กลอนแปด แต่ไม่เคร่งครัดในเรื่องคณะและสัมผัส บางวรรคอาจจะยืดจำนวนคำออกไปได้ถึง 12 คำ
ตัวอย่างที่ 1
เนื้อเพลง/ทำนองเพลง ร้องนำ เอ่ย...พ่อนาค ข้างเอ่ย แม่เคยซักผ้าเยี่ยว แม่เคยเคี้ยวข้าวป้อน ก็บวชแทนคุณเสียก่อน เอย พ่อ เอ้ย ร้องซ้ำพร้อมกัน ให้บวชแทนคุณเสียก่อน ก็แม่เคยซักผ้าเยี่ยว แม่เคยเคี้ยวข้าวป้อน ให้บวชแทนคุณเสียก่อน ชะล่าว่า ไฮ้ ไฮ้ ไฮ้ ชะล่า ชะล่า (จบหนึ่งเพลง) โดยร้องอยู่ใกล้กับพ่อนาค ร้องซ้ำแบบกระแทกเสียง และเร็วๆ
ตัวอย่างที่ 2
สิบนิ้วของข้ายกประนม ขึ้นตั้งบังคมเหนือเกศา
ไหว้องค์ทรงชัยพระตรัยรัตน์ เป็นผู้บัญญัติศาสนา
ไหว้คุณบิดรคุณมารดา ลูกยาไม่เคยจะลืมคุณ
ยังเล่าจะไหว้ซึ่งคุณครู สั่งสอนให้รู้ทั้งบาปบุญ
ศิษย์น้อยไม่ได้ลืมพระคุณ เป็นทุนประทับกับความดี
(บทไหว้ครูของนายพุ่ม รอดผล บ้านม่วงงาม อำเภอเมืองสงขลา)
วิธีร้องและรับ
(แม่เพลง) สิบนิ้วของข้ายกประนม ขึ้นตั้งบังคมเหนือเก...
(ลูกคู่) เอ เห่ เห้ ... ศา สิบนิ้วของข้ายกประนม ขึ้นตั้งบังคมเหนือเก...ศา
(แม่เพลง) ไหว้องค์ทรงชัย พี่น้องเห้อ ไหว้องค์ทรงชัยพระตรัยรัตน์ เป็นผู้บัญญัติศาส…
(ลูกคู่) เอ เห่ เห้...นา ไหว้คุณองค์ทรงชัยพระตรัยรัตน์เป็นผู้บัญญัติศาส...นา
เครื่องแต่งกาย ผู้ร้องใส่เครื่องแต่งกายสวยงามแบบพื้นถิ่น ของตนเอง
เรื่องหรือบทที่ใช้แสดงหรือลำดับขั้นของการแสดง
เนื้อร้องมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับการสอนบุรุษที่กำลังอุปสมบท ให้สำนึกพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และละวางต่อทางโลกที่เป็นสภาวะปัจจุบันอยู่ ให้เห็นว่าการแสดงความกตัญญูเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา
วิธีการแสดงร้องเพลงพื้นบ้าน เพลงแห่นาค จะมีผู้แสดงประมาณ 5 - 10 คน โดยมีนักร้องนำขึ้นต้นประโยคและเนื้อร้องก่อน จากนั้นจะมีลูกคู่อีก 4 - 5 คน ร้องตาม และทวนเนื้อร้องซ้ำพร้อมกัน ท่ารำที่ใช้ในการแสดงไม่มี
ความเชื่อที่เกี่ยวข้องและขนบนิยมในการเล่น
เป็นเพลงที่ร้องเพื่อให้คติแก่ผู้ที่จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อย่างใจบริสุทธิ์ หมดห่วงจากสภาวะชีวิตปัจจุบัน โอกาสที่เล่น หรือแสดง ร้องตามขบวนแห่บวชนาคจากบ้านไปโบสถ์ที่วัด ในการแห่นาคของชาวพุทธในแหลมสทิงพระ นิยมให้เจ้านาคขี่คานหาม ซึ่งทำที่นั่งเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ม้า หงส์ เป็นต้น พวกเล่นเพลงแห่นาคจะรายล้อมคานหามนั้น เมื่อจะเคลื่อนขบวน แม่เพลงจะตั้งโหน 3 ครั้ง (โห่ 3 ลา) กลองยาวขึ้นและเพลงประโคม แม่เพลงขึ้นเพลงโดยเริ่มด้วยบทไหว้ครู ขอทางจากเทวดาอารักษ์เพื่อแห่นาคไปวัด จากนั้นจะมีเนื้อหาเป็นตอนๆ แล้วแต่แม่เพลงแต่ละคณะจะเล่น ได้แก่ บทสอนนาคให้ตระหนักถึงคุณบิดามารดา แนะวัตรปฏิบัติสงฆ์ เล่นหยอกล้อเจ้านาคโดยสวมบทบาทเป็นสีกาหรือคนรัก (ตอนนี้ถ้าแม่เพลงเป็นหญิงเล่นบทสีกายิ่งสนุก) กล่าวกลอนรำพันถึงความรักที่เธอกับเจ้านาคมีต่อกัน แสดงความน้อยใจ เสียใจที่เจ้านาคหนีออกบวช ดังตัวอย่างความตอนหนึ่งซึ่งเป็นสำนวนของนายหิ้น บ้านแหลมสน อำเภอเมืองสงขลาว่า
พอนางมาถึงเขายกนาค ฉาวโฉ่โห่ชากยกนาคไป
นางงามร้องห้ามไปทันใด หยุดก่อนเป็นไรพ่อนาคอา
เห็นน้องตามมาพาตัวหนี ลืมคำชันชีแล้วหรือหนา
วันก่อนพี่เคยให้สัญญา น้องมาหลงคำต้องช้ำใจ
รักพ่อรูปงามด้วยความซื่อ จนคนเขาลือกันอื้อใหญ่
คราวน้องลำบากพี่จากไป น้องจะพึ่งใครพี่นาคอา
(ชันชี หมายถึง คำสัญญา, ลำบาก เป็นสำนวนหมายถึงมีครรภ์)
ขณะที่แห่นาคเวียนอุโบสถ แม่เพลงจะร้องอวยพรให้เจ้านาคประสบสิ่งที่มุ่งหวังในการบวช เมื่อเจ้านาคเข้าสู่อุโบสถก็หยุดเล่นเพลง
ข้อสังเกตบางประการ
1. สมัยก่อนในแหลมสทิงพระ กล่าวได้ว่าเพลงแห่นาคเป็นของคู่กันกับงานบวช แต่ในช่วงหลังไม่ค่อยนิยมเล่น ทุกวันนี้เท่าที่ทราบแม่เพลงคงเหลือเพียง 2 คนคือ นายพุ่ม รอดผล กับ นายหิ้น (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้สืบทอดก็ไม่มี จึงเชื่อแน่ว่า ในเวลาอีกไม่นานเพลงชนิดนี้จะสูญไปด้วย
2. เพลงแห่นาคมีธรรมเนียมการเล่นคล้ายคำตักมาก น่าจะมีที่มาร่วมกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานข้อมูลยืนยัน
เรามีการใช้คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งหรือเพื่อการทำงานของเว็บไซต์และเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสบการณ์และเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน คุณสามารถศึกษารายละเอียดนโยบายแนวปฎิบัติการใช้คุกกี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ที่ Cookies Policy